อยากทำบุญบริจาคโลงศพทำได้ที่ไหนบ้าง

อยากทำบุญบริจาคโลงศพทำได้ที่ไหนบ้าง   อยากทำบุญบริจาคโลงศพทำได้ที่ไหนบ้าง เรามีคำตอบให้กับคุณ ในการทำบุญโลงศพนมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่เราจะเห็นกันบ่อย ๆ คือ การทำบุญโลงศพตามวัด แต่บางท่านอาจจะชอบทำบุญโดยการเข้าวัด ไหว้พระ ตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลา ทอดกฐิน หรือ การบริจาคเงิน สิ่งของ ไถ่ชีวิตสัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก และรวมถึงการทำบุญบริจาคโลงศพและท่านใดที่อยากจะไปทำบุญบริจาคโลงศพให้แก่ผู้ไร้บ้าน เเต่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เราจะขอยกตัวอย่าง สถานที่ที่ให้ผู้คนได้ร่วมทำบุญบริจาคโลงศพ เช่น วัดหัวลำโพง , สถาบันนิติเวชวิทยา หรือ สุริยาหีบศพ เรามีบริการ บริจาคโลงศพ ท่านสามารถเลือกวิธีการบริจาคผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ ช่องทางการบริจาคโลงศพแบบออนไลน์ มีดังนี้ Website โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีบริษัท และแจ้งยอดการโอนผ่านทางเว็บเพื่อเป็นการยืนยัน ส่ง Email แจ้งรายละเอียด ชื่อ,เบอร์โทร,ที่อยู่,จำนวนเงินที่บริจาคและหลักฐานการโอนเงิน ส่ง Line แจ้งรายละเอียด ชื่อ,เบอร์โทร,ที่อยู่,จำนวนเงินที่บริจาคและหลักฐานการโอนเงิน   ขั้นตอนในการทำบุญบริจาคโลงศพ ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพื่อบริจาคเงินซื้อโลงศพ กรอกแบบฟอร์ม”ขอรับบริจาค” กรอกชื่อและที่อยู่ ของผู้บริจาค ระบุจำนวนเงินในการบริจาค ระบุประเภทรายการที่ต้องการบริจาค เมื่อมีผู้ขอรับเงินบริจาคของท่าน ทางร้านจะจัดส่งจดหมายยืนยันการขอรับบริจาคจากเงินของท่านไปให้ตามที่อยู่ที่ท่านระบุไว้ หากคุณไม่สะดวกที่จะมาบริจาคโลงศพด้วยตัวเอง ท่านสามารถบริจาคโลงศพแบบออนไลน์ได้ตามวิธีข้างต้น เมื่อท่านส่งหลักฐานการโอนเงินมาแล้วทางเราจะส่งจดหมายตอบกลับ สามารถดูข้อมูลการบริจาคโลงศพได้ที่ Line@ : @suriyagroup และในการทำบุญบริจาคโลงศพ ซึ่งเชื่อกันว่า นอกจากจะได้ทำความดี ทำบุญแล้ว ยังส่งผลในเรื่องการสะเดาะเคราะห์ การต่ออายุไขให้กับตัวเอง ให้มีชีวิตที่ยืนยาวอีกด้วย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือศพไร้ญาติให้มีบ้านหลังสุดท้ายโดยที่เค้าไม่ต้องห่วงอะไรบนโลกใบนี้อีกต่อไป นอกจากนั้น สุริยาหีบศพยังเป็นผู้ให้บริการหลังความตายแบบครบวงจร สุริยาหีบศพเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบ้านหลังสุดท้ายให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็น โลงศพ , ดอกไม้หน้าศพ, บริการเคลื่อนย้ายศพ, บริจาคโลงศพ เป็นต้น หากสนใจสามารถติดต่อการจัดงานศพได้ที่เบอร์ 02-950-0989 ได้ตลอด 24 ชม.

Perspective คุยเฟื่องเรื่องธุรกิจหลังความตาย

Perspective คุยเฟื่องเรื่องธุรกิจหลังความตาย   เรื่องความตายเป็นเรื่องที่เราทุกคน หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะมีสักกี่คน เลือกที่จะอยู่เบื้องหลัง ในการดูแลบ้านหลังสุดท้ายของพวกเรา วันนี้ Perspective พามาพบกับ คุณ สมชาย สุริยเสนีย์ เจ้าของกิจการ ‘สุริยาหีบศพ’ บริการหลังความตาย ที่คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ จากเงินลงทุนเพียง 5,000 บาท สู่กิจการหีบศพอันดับ 1 ของประเทศไทย     ตามคุณเปอร์เข้ามาพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจกันเลยค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำก่อน ร้านสุริยาหีบศพ เป็นร้านที่ให้บริการหลังความตาย แบบครบวงจร อันดับ 1 ในไทย เมื่อพูดถึงธุรกิจหลังความตาย หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องอัปมงคล ที่ไม่อยากแม้จะเดินผ่านหน้าร้าน จนมาถึงทุกวันนี้ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อโลงศพหรือจัดงานศพผ่านทางเว็บไซต์ของเราได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เข้าเว็บดูรูปแบบโลงศพและอุปกรณ์ก็สามารถสั่งโลงศพได้โดยไม่จำเป็นต้องมาที่ร้านเลย แต่หลายคนจะรู้ไหม กว่าคุณ สมชาย สุริยเสนีย์ จะมาถึงทุกวันนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง     จากที่ได้ฟังสัมภาษณ์คุณ สมชาย สุริยเสนีย์ เป็นคนขยัน เพราะอยากให้แม่ภูมิใจ และอยากให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข ไม่เคยเกี่ยงงาน เริ่มทำงานตั้งแต่ประมาณ 5 ขวบ หาเลี้ยงครอบครัว ด้วยการขายหอมกระเทียม ขายเรียงเบอร์ตามตู้รถไฟ พอโตขึ้นมาก็รับจ้างหาบน้ำ แล้วต่อมาก็เช่าสามล้อ รับจ้างถีบสามล้อจนซื้อได้ แล้วให้คนอื่นเช่า พอเขาห้ามวิ่งสามล้อในกรุงเทพมหานคร ก็เปลี่ยนมาขับตุ๊ก ๆ จากนั้นก็มาขับรถบรรทุกขายปลากระป๋องตั้งแต่เหนือจรดใต้ แต่เมื่อก่อนมีการปล้นตามต่างจังหวัด คุณสมชาย กลัวจึงเลิกทำอาชีพนี้ ทั้ง ๆ ที่ได้เงินดีทำให้มีเงินเก็บเป็นล้านจากอาชีพนี้ แล้วเอาเงินที่ได้ไปให้แม่เก็บหมด แล้วเปลี่ยนมาขับรถบรรทุกศพ โดยรับจากโรงพยาบาลไปส่งที่วัด เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างทางตอนนั้นก็มักจะได้ยินญาติคนตายเขาบ่นบ้างว่าทำไมโลงนี้ไม่มีหมอน ทำไมโลงจากร้านนี้ไม่ค่อยดีบ้าง มันเป็นคำที่เปิดทางให้ผมหันมาทำธุรกิจหีบศพ โดยในช่วงแรกเป็นการซื้อมาขายไป แต่แม่ไม่ชอบและครอบครัวก็ไม่มีใครเห็นด้วย เพราะคิดว่าเป็นอาชีพอัปมงคล ผมจึงแยกตัวออกมาจากที่บ้านมาทำธุรกิจนี้ลำพังโดยเงินลงทุนที่ติดตัวมาแค่ 5,000 บาท     จนปัจจุบันนี้สามารถทำเงินให้คุณสามชาย เป็นล้าน มีสาขาทั้งหมด 8 สาขา คนดูแล และหลายคนมักถามคุณสมชายว่า ทำอย่างไรถึงจะได้รวยบ้าง และคุณสมชายตอบกลับไปว่า อยากรวยต้องมีความกระตือรือร้น อย่าอยู่ไปวัน ๆ แต่คุณสมชาย ไม่ใช่ ทำงานหาเงินได้ก็จะเอาเงินเหล่านั้นมาทำธุรกิจใหม่ ๆ ต่อยอดให้เงินงอกเงย จนตอนนี้เราทำธุรกิจหลังความตายแบบครบวงจร มีบริการดูแลหลังความตายตั้งแต่อาบน้ำ ฉีดยา บรรจุศพ ตั้งศพ ดอกไม้หน้าศพ หรือแม้กระทั้งพิธีกรรมเชิญวิญญาณคนที่พึ่งตายให้ตามไปที่วัด และล่าสุดเรามีบริการขนส่งศพข้ามประเทศด้วย การทำธุรกิจให้ยั่งยืน เราต้องอย่ากลัวที่จะลงทุนให้ได้วิชา ธุรกิจจะยั่งยืนได้ต้องกินแบ่งอย่ากินรวบ และอย่าเห็นแก่ตัว ยิ่งหวงยิ่งหาย ยิ่งให้ยิ่งเพิ่มพูน เป็นคำเตือนที่ผมใช้สอนลูก ๆ อยู่เสมอ ธุรกิจนี้เราไม่ได้ขายให้คนตาย แต่เราขายให้ญาติคนตายที่เขาจะได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่เขารักเป็นครั้งสุดท้าย   สำหรับใครที่อยากชมเรื่องราวความสำเร็จของการทำธุรกิจหลังความตาย ของคุณสมชาย สุริยเสนีย์ สามารถชมได้ในรายการ  “Perspective” ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคนที่คุณรักเป็นครั้งสุดท้าย สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการติดต่อสอบการจัดงานศพหรือปรึกษาเราได้ที่เบอร์ 02-950-0989 ได้ตลอก 24 ชม. เลยค่ะ ขอขอบคุณรูปภาพจาก Perspective

ศึกชิงภพสงครามระหว่างบุญกับบาป

ศึกชิงภพสงครามระหว่างบุญกับบาป   ศึกชิงภพสงครามระหว่างบุญกับบาป เพราะการตายไม่เคยมีนิมิตหมาย เราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ และสิ่งที่นำติดตัวเราไปได้หลังจากที่ตายแล้ว ก็มีแค่บุญกับบาปเท่านั้น เมื่อการตาย คือ กฎแห่งไตรลักษณ์ และเราทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นช่วงเวลาก่อนจะตายหรือที่เรียกกันว่า “ศึกชิงภพ” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ แล้วสงครามละหว่างบุญกับบาปที่ชิงช่วงและช่วงชิงกันนี้จะมีความสำคัญ สุริยาหีบศพ มีคำตอบค่ะ ศึกชิงภพคืออะไร ทุกคนทราบกันดีว่า เมื่อเกิดมาล้วนต้องตาย และความตายไม่สามารถกำหนดได้ หรือไม่มีนิมิตหมายบอกว่าเราจะตายเมื่อตอนไหนกันแน่ เมื่อความตายไม่ได้มีนิมิตหมาย เมื่อคนเราใกล้ตายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ญาติพี่น้องควรใส่ใจ และต้องทำให้ใจของผู้ที่จะเสียชีวิตเกาะเกี่ยวอยู่ในบุญเสมอ ด้วยคำพระท่านได้กล่าวไว้ว่า “ศึกชิงภพ จะอยู่หรือไม่ใจนั้นสำคัญยิ่ง ถือเป็นนาทีทองของชีวิต ญาติต้องพยายามให้จิตผู้ที่จะเสียชีวิตเกาะเกี่ยวอยู่ในบุญตลอดเวลา เพราะภาพบุญและบาปอกุลทั้งหมดที่ได้ประกอบตามตลอดชีวิต จะฉายอย่างต่อเนื่องทั้งกุศลและอกุศล เพราะถ้าภาพสุดท้ายหยุดที่ภาพไหน ปรโลกที่จะไปก็จะหยุดที่ภาพนั้น ศึกชิงภพ จึงเป็นศึกสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างบุญและบาปอกุศล ดังพุทธพจน์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปตรัสไว้ว่า “จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติ ปาฏิกังขา” เมื่อจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป “จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา” เมื่อจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป ลักษณะของอารมณ์ก่อนตายของผู้จะเดินทางไปสู่ปรโลก ทั้งนี้เวลาคนเราใกล้จะตาย โดยทั่วไปจะมีลักษณ์อารมณ์ 3 อย่างที่เกิดขึ้น ปรากฎเป็นอารมณ์ของปฏิสนธิจิต ที่จะชักนำเราไปเกิดในภพภูมิต่าง ๆ ดังนี้ กรรมมารมณ์ เป็นอารมณ์ของกรรมที่ตนเคยกระทำไว้ ได้มาปรากฎให้เห็นในขณะจิตที่กำลังใกล้ตาย เช่น ถ้าตนเคยฆ่าวัวเพื่อขายเนื้อเป็นประจำ ภาพที่ตัวเองเคยฆ่าจะมาปรากฏ ด่าพ่อว่าแม่ เคยทะเลาะเบาะแว้ง หรือดื่มเหล้าเป็นปกติ ลักขโมยของเป็นปกติ ภาพเหล่านี้จะมาปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนกับที่ตัวเคยทำไว้ไม่ผิดเพี้ยน แล้วจิตก็ยึดเอาภาพเหล่านั้นเป็นอารมณ์ กรรมารมณ์นี้จะมีผลต่อจิตที่จะทำให้ไปเกิดในภพภูมิต่างๆ กรรมนิมิตตารมณ์ หากกรรมารมณ์ไม่ปรากฏให้คนที่ใกล้จะตายเห็น ก็จะมีกรรมนิมิตตารมณ์ปรากฏให้เห็น ได้แก่ อุปกรณ์ที่ตนใช้กระทำดีหรือชั่วในอดีตมาปรากฏให้เห็น เพราะตามธรรมดาในการประกอบกรรมทุกชนิด ส่วนมากจะมีอุปกรณ์เครื่องมือ เช่น ฆ่าวัว ก็ต้องมีมีด ค้อน เป็นต้น เป็นเครื่องมือ หรือทำบุญก็จะมีไทยธรรม มีเครื่องใช้ไม้สอยในการประกอบบุญ เช่น ขันใส่ข้าว ทัพพีตักอาหารใส่บาตร เป็นต้น อุปกรณ์เหล่านี้จะมาปรากฏเป็นกรรมนิมิตในขณะจิตใกล้จะดับ ซึ่งภาพที่เห็นจะแจ่มชัดเพียงใด สุดแต่ใครจะทำดีชั่วด้วยสิ่งใด บ่อยมากเพียงใด เมื่อจิตยึดหน่วงไว้เป็นอารมณ์ ภาพเหล่านั้นจะมีผลต่อความหมองหรือใสของใจ คตินิมิตตารมณ์ หากกรรมนิมิตตารมณ์ไม่ปรากฏ คตินิมิตตารมณ์จะปรากฏให้เห็น ได้แก่ นิมิต ต่าง ๆ ที่จะบ่งบอกถึงภพภูมิที่ตนจะต้องไปเกิด ปรากฏให้เห็นเด่นชัด บางทีก็เป็นภาพที่ตนไม่เคยเห็นมาปรากฏ แต่บางทีก็เป็นภาพที่ตนเคยเห็นครั้งที่เป็นมนุษย์มาปรากฏ เช่น ภาพสัตว์หรือมนุษย์ เป็นต้น ทั้งนี้พระพุทธองค์ได้สอนไว้ว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างจะสำเร็จด้วยใจ ฉะนั้นเราทุกคนควรทำใจให้ใส ไม่หมอง เพื่อให้มีสุคติเป็นที่ไปนะคะ สำหรับสุริยาหีบศพ เรามีหีบศพ 5 ประเภท มากกว่า 99 รูปแบบที่เหมาะสมกับทุกศาสนาและทุกพิธีการ ทั้งยังพร้อมให้คำปรึกษาหรือสอบถามเกี่ยวกับการจัดงานศพหรือบริจาคโลงศพ ทางร้านสุริยาหีบศพ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการตลอด 24 ชม. เลยค่ะ การตายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นจงใช้ชีวิตอย่างมีสติ จะทำอะไรให้คิดก่อนเสมอ จงทำแต่ความดีด้วยนะคะ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ Inbox : m.me/suriyafuneral/ Tel : 02-950-0989 (ติดต่อได้ตลอด 24 ชม.) Website : http://www.suriyafuneral.com/

บริการจัดดอกไม้หน้าศพ

บริการจัดดอกไม้หน้าศพ บริการจัดดอกไม้หน้าศพ สุริยาหีบศพ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2521 โดยคุณสมชาย สุริยเสนีย์ โดยเริ่มจากร้านขนาดเล็กบริเวณพรานนก และขายหีบศพเป็นสินค้าหลัก แต่ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ในปี 2525 คุณสมชาย จึงได้ย้ายกิจการมาที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพและนนทบุรี และเป็นก้าวแรกในการขยายกิจการมาสู่ธุรกิจพิธีศพแบบครบวงจร​เราให้บริการทุกอย่างที่ใช้ในการจัดงานศพ ไม่ว่าจะเป็น โลงศพ ดอกไม้หน้าศพ รถเคลื่อนย้ายศพ อุปกรณ์ในพิธีศพ เป็นต้น ฉะนั้นวันนี้ เราจะมีแนะนำการจัดดอกไม้หน้าศพ ให้กับคนที่จากไปแบบไม่มีวันหวนกลับมา ซึ่งดอกไม้ที่ใช้จัดหน้าศพก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ฉะนั้นเรามีตัวอย่างการจัดดอกไม้หน้าศพมาให้ดูกัน เริ่มต้นการจัดดอกไม้แบบกอ จัดดอกไม้หน้าศพแบบสวน จัดดอกไม้หน้าศพแบบโมเดิร์น ตามมาดูกันเลย   จัดดอกไม้หน้าศพแบบกอ ชื่อสินค้า : จัดดอกไม้หน้าศพแบบกอ รายละเอียดสินค้า : จัดดอกไม้หน้าศพแบบกอ ลักษณะการจัดดอกไม้ศพ : จัดดอกไม้หน้าศพแบบเป็น กอดอกไม้ 9กอ แบบมีหลังโรง และมีดอกไม้ตกแต่งกรอบรูป 1 ชุด ดอกไม้ที่ใช้จัด : แกนดิออรัส,เบญจมาส.มัม,เยบิล่า,คาร์เนชั่น,คัดเตอร์, วัสดุ : กระถาง,โอเอซิส,โบว์สีฟ้า   จัดดอกไม้หน้าศพแบบสวน ชื่อสินค้า : จัดดอกไม้หน้าศพแบบสวน ลักษณะการจัดดอกไม้ศพ : จัดดอกไม้หน้าศพ แบบเป็น กอดอกไม้แบบสวน2ชั้น (ดอกไม้แห้ง) และมีดอกไม้ตกแต่งกรอบรูป 1 ชุด ดอกไม้ที่ใช้จัด : กุหลาบ,เบญจมาศ,มัม,ลิลลี่,เยบิล่า,หน้าวัว วัสดุ : กระบะ,โอเอซิส   จัดดอกไม้หน้าศพแบบสั่งทำพิเศษ ชื่อสินค้า : จัดดอกไม้หน้าศพแบบสั่งทำพิเศษ รายละเอียดสินค้า : จัดดอกไม้หน้าศพแบบสั่งทำพิเศษ ลักษณะการจัดดอกไม้ศพ : จัดดอกไม้หน้าศพ แบบสั่งทำพิเศษ แบบ modern ใช้ทั้งดอกไม้ประดิษฐ์ และดอกไม้สด และมีดอกไม้ตกแต่งกรอบรูป 1 ชุด ดอกไม้ที่ใช้จัด : เบญจมาศ,มัม,กล้วยไม้,ดอกคูณ,ไลเซนทัส,คาร์เนชั่น,กุหลาบ วัสดุ : กระบะ,โอเอซิส,แจกันใบใหญ่,ตุ๊กตากระต่ายตกแต่งสถานที่ นี่เป็นเพียงแบบดอกไม้จัดหน้าศพแบบคร่าว ๆ ที่เรานำมาแนะนำลูกค้าในการใช้จัดงานศพ เพื่อความสวยงามในการสร้างบ้านหลังสุดท้ายให้กับคนที่คุณรักจากไปเป็นครั้งสุดท้าย ในการไว้อาลัย เราสุริยาหีบศพเป็นผู้เชี่ยวในด้านการจัดงานศพแบบครบวงจร ทั้งไทย และจีน เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงาน สำหรับคนที่อยู่ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป เพราะความตายไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นแล้ว ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ สนใจปรึกษาการจัดงานศพได้ที่ 02-950-0989

ตายแล้วไปสุคติภูมิโลกแห่งสวรรค์ชั้นฟ้า

ตายแล้วไปสุคติภูมิโลกแห่งสวรรค์ชั้นฟ้า     ตายแล้วไปสุคติภูมิโลกแห่งสวรรค์ชั้นฟ้า จากคำถามที่ว่า เมื่อตายแล้วเราจะไปที่ไหน โลกหลังความตายมีจริงหรือไม่ นรกและสวรรค์เป็นยังไง ซึ่งสุริยาหีบศพก็ได้พาทุกท่านไปรู้จักกับปรโลก หรือโลกหลังความตายกันมาแล้ว ว่ามีอะไรบ้าง วันนี้เรามาดูกันว่าสุคติโลกสวรรค์เป็นยังไง สวรรค์มีกี่ชั้นและมีชั้นอะไรบ้าง ผ่านวรรณกรรมที่ชื่อว่า “ไตรภูมิพระร่วง” ค่ะ ไตรภูมิพระร่วง หรือไตรภูมิกถา เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกที่ได้ประพันธ์ขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยนักประวัติศาสตร์ได้ระบุว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีเรื่องแรกของไทย ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท โดยเนื้อหาหลัก ๆ ได้รวบรวมคติความเชื่อทุกแง่มุม มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่ให้ผู้อ่านเข้าใจในเรื่องของ “บาปบุญคุณโทษ” มีความยำเกรงต่อการทำบาป และเกิดการปิติในการทำบุญ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารในภูมิทั้ง 3 ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ตามอำนาจของบุญและบาปที่ได้กระทำไว้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ สวรรค์แยกออกเป็น 3 ประเภท กามาวจร เป็นสวรรค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับความรักความใคร่ โดยผู้ที่อาศัยอยู่บนสวรรค์ประเภทนี้จึงมีอยู่ 2 เพศ คือ เทวดาผู้ชาย หรือ เทพบุตร และเทวดาผู้หญิง หรือนางฟ้า รูปาจร คือ พรหมที่มีรูป หรือรูปพรหม มีด้วยกัน 16 ชั้น อยู่สูงขึ้นไปจากกามาวจร โดยมีความสูงเพิ่มทวีคูณขึ้นไปเรื่อย ๆ จากชั้นต้นไปจนถึงชั้นสูงสุด อรูปาวจร คือ พรหมที่ไม่มีรูป หรือ อรูปพรหม มี 4 ชั้น อยู่ในชั้นที่สูงขั้นไปอีก โดยเชื่อกันว่าพระพรหมที่อยู่ในชั้นนี้จะมีแต่จิต ไม่มีรูปร่าง สวรรค์ชั้นกามาวจร กามาวจรสวรรค์ คือ ภพภูมิอันเป็นที่อยู่ของเทวดา เป็นโลกที่อยู่อาศัยได้ด้วยกายละเอียดอันเป็นทิพย์ มีรัศมีที่สว่างไสวรอบกายตลอดเวลา โดยผู้ที่มาเกิดเป็นเทวดาจะเป็นผู้ที่สั่งสมบุญกุศลไว้เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ หลังจากละโลกไปแล้ว ได้มาบังเกิดในสวรรค์แบบโอปปาติกะ คือ อยู่ในวัยหนุ่มสาวทันที มีความงดงามตลอดเวลา จนกว่าจะถึงเวลาจุติ มีวิมานเป็นที่อยู่อาศัย มีความสะดวกสบายด้วยทิพย์สมบัติ ทั้งอาหาร เครื่องแต่งกาย และมีบริวารคอยรับใช้ โดยกามาวจรสวรรค์นี้ สามารถแบ่งได้ 6 ชั้น ดังต่อไปนี้ จตุมหาราชิกา สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา เป็นสวรรค์ชั้นแรก และเป็นสวรรค์ชั้นที่อยู่ติดกับโลกมนุษย์ที่สุด โดยอยู่บนเขาสิเนรุ เป็นที่อยู่ของเทวดานางฟ้าที่มีความหลากลาย โดยสวรรค์ชั้นนี้มีท้าวมหาราชทั้ง 4 เป็นผู้ปกครอง คือ ท้าวธตรัฐมหาราช ท้าววิรุฬหกมหาราช ท้าววิรูปักษ์มหาราช แล้วท้าวเวสสุวัณมหาราช ตาวติงสาเทวภูมิ หรือที่รู้จักกันใช้ชื่อ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ 2 ของโลกสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาสิเนรุ ซึ่งมีท้าวสักกะเทวราช หรือพระอินทร์ เป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นนี้ เป็นเมืองใหญ่ มี 1000 ประตู มีพระมหาจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระจุฬาโมลีเอาไว้ และยังมีไม้ทิพย์ที่ชื่อ ปาริชาตกัลปพฤกษ์ โดยที่บังเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ เมื่อครั้งเป็นมนุษย์เป็นผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์ มีความยินดีในการบริจาคทาน เป็นผู้ไม่หวังในทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ คิดเพียงแค่ว่าการให้ทานคือการทำความดี งดงามด้วยพยายามรักษาศีล ไม่ดูหมิ่นผู้ใหญ่ในตระกูล ยามาเทวภูมิ ยามาเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 3 ของโลกสวรรค์ ในชั้นนี้เป็นที่อยู่ของเทวดาผู้มีความสุขอันเป็นทิพย์ ทั้ง อายุทิพย์ วรรณทิพย์ ยศทิพย์ อธิปไตยทิพย์ รูปทิพย์ เสียงทิพย์ กลิ่นทิพย์ มีความละเอียดและปราณีตกว่าสวรรค์จาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์ โดยมีท้าวสุยามาเป็นผู้ปกครอง โดยผู้ที่มาเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ จะเป็นผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์ พยายามสร้างเสบียง สั่งสมบุญโดยไม่หวั่นไหวในการบำเพ็ญบุญกุศล เป็นผู้ไม่มีจิตหวังในทาน รักษาศีล มีจิตขวนขวายในพระธรรม และทำดีด้วยใจจริง ดุสิตาเทวภูมิ ดุสิตาเทวภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นที่ 4 เป็นสวรรค์ชั้นที่มีความสุขอันเป็นทิพย์ ที่มีความละเอียดกว่าสวรรค์ทั้ง 3 ชั้นที่ผ่านมา โดยมีท้าวสันตดุสิต เป็นผู้ปกครอง ซึ่งในสวรรค์ชั้นนี้จะมีความพิเศษกว่าสวรรค์ชั้นอื่น ๆ คือ เชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของเหล่าพระบรมโพธิสัตว์ทั้งนิตยโพธิสัตว์และอนิตะโพธิสัตว์ ผู้ที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต เป็นจำนวนมากตลอดจนผู้ที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันตสาวก ย่อมมาบังเกิดในสวรรค์ชั้นนี้แทบทั้งสิ้น นิมมานรดี สวรรค์ชั้นนิมมานรดี เป็นสวรรค์ชั้นที่ 5 ซึ่งมีท้าวสุนิมมิตเป็นผู้ปกครอง โดยสวรรค์ชั้นนี้จะมีความพิเศษตรงที่สามารถเนรมิตในสิ่งที่ตนเองต้องการได้ตามในปรารถนา ไม่ว่าจะเป็น วิมาน สวน สระ ซึ่งผู้ที่มาเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ จะต้องมีจิตบริสุทธ์ในการให้ทาน ไม่หวังในทานที่ให้ ให้ทานอย่างสม่ำเสมอ พยายามรักษาศีลไม่ให้ขาด ปรนิมมิตวสวัตตี ปรนิมมิตวสวัตตี เป็นสวรรค์ชั้นที่ 6 และชั้นสุดท้าย โดยสวรรค์ชั้นนี้เป็นที่อยู่ของเทวดาผู้เสวยกามคุณอารมณ์ โดยที่ไม่ต้องเนรมิตสิ่งของอันปรารถนาขึ้นมาเอง แต่มีเทวดาผู้เป็นบาริวารคอยเนรมิตให้ ซึ่งมีท้าวปรนิมมิตวสวัตดีเทวราชเป็นผู้ปกครอง มีอายุ 16,000 ปีทิพย์ โดยผู้ที่จะมาเกิดในสวรรค์นี้จะต้องมีจิตอันบริสุทธิ์ในการสร้างมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่เป็นอุกฤาฏ์ อบรมจิตใจสูงส่งด่วยคุณธรรม รักษาศีลอย่างจริงจัง มีความศรัทธาปสาทะอย่างยิ่งยวด สำหรับสุริยาหีบศพ เรามีหีบศพ 5 ประเภท มากกว่า 99 รูปแบบที่เหมาะสมกับทุกศาสนาและทุกพิธีการ ทั้งยังพร้อมให้คำปรึกษาหรือสอบถามเกี่ยวกับการจัดงานศพหรือบริจาคโลงศพ ทางร้านสุริยาหีบศพ มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตลอด 24 ชม. เลยค่ะ การตายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นจงใช้ชีวิตอย่างมีสติ จะทำอะไรให้คิดก่อนเสมอ จงทำแต่ความดีด้วยนะคะ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ Tel : 02-950-0989 (ติดต่อได้ตลอด 24 ชม.) Website : http://www.suriyafuneral.com/

โลงศพบ้านหลังสุดท้ายของชีวิต

โลงศพบ้านหลังสุดท้ายของชีวิต   โลงศพบ้านหลังสุดท้ายของชีวิต เมื่อทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย โลงศพจึงกลายเป็นบ้านหลังสุดท้ายของชีวิตที่ขาดไม่ได้ เพราะเมื่อมีการตายหรือเสียชีวิตเกิดขึ้น สิ่งแรกที่จะถามหาก็คือ “โลงศพ” หรือหีบศพที่ใช้ในการบรรจุร่างผู้เสียชีวิตก่อนนำไปทำพิธีตามศาสนา ซึ่งโลงศพก็มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ตามหลักความเชื่อของวัฒนธรรมนั้น ๆ แล้วโลงศพแต่ละประเภทจะมีอะไรบ้าง วันนี้ สุริยาหีบศพมีคำตอบ การผลิตโลงศพ โลงศพ หรือ หีบศพ คือที่สำหรับบรรจุศพหรือร่างของผู้เสียชีวิต โดยให้นอนราบอยู่ภายในและมีฝาโรงครอบมิดชิด โดยโลงศพมักจะทำด้วยไม้ มีรูปลักษณ์เป็นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะของโลงศพจะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อ ในอดีตโลงศพไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่าย ๆ ด้วยจะต้องใช้ไม้ทั้งต้นมาผลิตเป็นโลงศพ และไม้ที่นำมาผลิตเป็นโลงศพนั้นจะต้องใช้ไม้ประเภทไม้เนื้ออ่อน ที่มีคุณสมบัติ แห้งเร็ว ซับน้ำได้ง่าย และติดไฟได้รวดเร็ว สะดวกแก่การตอกตะปู จึงทำให้ผู้เสียชีวิตที่จะบรรจุลงโลงศพได้นั้นจะต้องเป็นขุนนาง คหบดี ส่วนชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ก็จะห่อศพด้วยเสื่อและก็ฝังในป่าช้า สำหรับไม้ที่ใช้ในการผลิตโลงศพจะไม่ใช่ไม้เนื้ออ่อนแบบเดิมอีกต่อไป เพราะหาได้ยากขึ้นจึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนไม้ที่ใช้ในการทำโลงศพ โดยใช้ไม้กระดานอัด หรือไม้ประเภทไม้เนื้ออ่อนทั่ว ๆ ไป มาทำเป็นโลงศพแทน โดยทำให้ปากโลงศพยาวกว่าตอนล่างของโลงศพเล็กน้อย หรือตามความเหมาะสมของผู้เสียชีวิต เมื่อประกอบเป็นตัวโลงศพและฝาโลงศพแล้ว จะนำเอาปูนซีเมนต์ดิบมาฉาบไว้บาง ๆ ภายในทั้ง 4 ด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเน่า น้ำหนอง ไหลซึมออกมาจากโลงศพ และนำยาฉุน ถ่านไฟ ใบฝรั่ง กากใบชา โรยไว้ภายในโลงศพเพื่อดับกลิ่น และดูดซับน้ำเน่า กลิ่นเน่าเหม็นต่าง ๆ เมื่อทำโลงศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่างที่ทำโลงศพจะนำเครื่องบูชาที่เตรียมไว้แล้วมาปัดรังควานภายในโลงศพ และใช้มีดฟันไปที่ขอบโลงศพทั้ง 4 ด้าน เพื่อแสดงว่าเป็นโลงศพเก่าและไม่ได้ต้องเผาทิ้ง ประเภทของโลงศพ   โลงศพที่มีขายโดยทั่วไป มี 3 ประเภทด้วยกัน 1. โลงศพไทย ใช้สำหรับทำพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตกแต่งด้วยลายเทพพนมและนางฟ้ามีแบบ ฐาน 1 ชั้น 2 ชั้น และ 3 ชั้น โลงศพแบบผ้าตาดเรียบ โลงศพผ้าตาดย่น โลงศพไม้สักแท้ โลงศพแกะลายปิดทอง โลงศพมุกข์ โลงศพกระจกไม้สักแท้ โลงศพไม้จำปา และโลงศพเย็น เป็นต้น 2. โลงศพจีน โลงศพจีน หรือโลงจำปา เป็นโลงศพไม้ที่มีเนื้อแข็งและมีความสวยงาม ด้วยชาวจีนนิยมการฝังมากกว่าการเผาจึงใช้ไม้สักในการผลิตโลงศพ ซึ่งไม้สักที่นำมาผลิตต้องมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป และทาด้วยสีดำ สีแดง สีเหลือง ซึ่งโลงจำปานั้นเป็นโลงศพที่เป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมด ซึ่งจะมีความปราณีตสวยงามและคงทนแข็งแรง ภายในจะบุพลาสติกกันการรั่วซึมอย่างดีและบุทับอีกชั้นด้วยผ้าต่วนสีต่าง ๆ มีความมันวาวสวยงาม และภายนอกโลงศพจะประดับด้วยลวดลายแบบจีนอย่างละเอียดอ่อนและปราณีต 3. โลงศพคริสต์ สำหรับโลงศพคริสต์นั้นได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก มีรูปแบบปการผลิตที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและศาสนา โดยมีทั้งโลงศพสี่เหลี่ยม โลงศพหกเหลี่ยม ทำจากไม้สักและไม้ปาติเกิ้ล รอบโลงศพจะติดที่จับและไม้กางเขน ตัวโลงศพจะทาสีขาว เชลแล็กโชว์เนื้อไม้สักที่สวยงาม พิธีเบิกโลงศพ พิธีกรรมโบราณที่ใกล้สูญหาย พิธีกรรมเบิกโลงศพ เป็นพิธีกรรมที่สัปเหร่อจะเป็นผู้กำเนินการ โดยเอาไม้ไผ่มาจักเป็นซี่เล็ก ๆ ทำเป็นบันได 4 ขั้น มีความกว้างเท่ากับความกว้างของโลงศพ สำหรับไว้วางปากโลงศพเอาเฝือกผืนหนึ่งทำด้วยไม้ไผ่ 8 ซี่ ตัดติดกันเหมือนแล่งวางไว้ก้นโลงศพเอาผิวไม้ขึ้นว่างระยะห่างกันพิสมควรสำหรับรองรับเสื่อ นำไม้ไผ่มาผ่า เพื่อใช้สำหรับคีบสายสิญจน์ เรียกว่า “ไม้ปากกาจับโลงศพ” จากนั้นเอาเทียน 8 เล่มติดคาบที่ปากโลงศพระหว่างไม้ปากกาที่วาง 8 ช่องมีกระทงใบตองขนาดเล็กใส่อาหารวางไว้บนปากโลงศพ 8 ช่อง ใกล้ ๆ กับเทียนเป็นเครื่องสังเวยเทพทั้ง 8 ทิศ ส่วนฝาโลงศพให้ทิ้งไว้ข้าง ๆ โลงศพ เตรียมขันไว้ทำน้ำมนต์ เมื่อทำน้ำมนต์เสร็จแล้วให้พรมน้ำมนต์ที่โลงศพ 3 หน ใช้มีดหมอสับปากโลงศพ 3 ที สับกลางโลงศพสลับซ้ายขวารอยสับนี้เป็นเครื่องบอกว่าศีรษะอยู่ทางทิศใด แล้วผลักเครื่องเซ่นทั้งหมดพร้อมด้วยไม้ปากกาที่ทำไว้ลงไปในโลงศพทั้งหมด เป็นอันเสร็จพิธีเบิกโลงศพ จากนั้นนำศพบรรจุลงโลงศพและทำพิธีทางศาสนาต่อไป ทั้งนี้พิธีเบิกโลง เป็นพิธีกรรมที่ทำกับโลงศพก่อนที่จะบรรจุศพลงโลงศพ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้โลงศพว่างจากสิ่งที่มองไม่เห็น จากเสนียดจัญไร ผีสางรุขเทวดาทั้งหลายที่สิงสถิตอยู่กับไม้ที่เอามาทำโลงศพ ซึ่งถือว่าเป็นโลงศพที่มีวิญญาณเป็นเจ้าของแล้ว เมื่อนำศพของผู้เสียชีวิตบรรจุลงในโลงศพ อาจทำให้วิญญาณของผู้เสียชีวิตถูกรบกวนและถูกรังแกได้ และไม่ยอมเดินทางไปกับร่างของตนแต่จะเป็นผีสิงสถิตอยู่ในอยู่ในบ้านไปผุดไปเกิดไม่ได้นับว่าเป็นจัญไร จึงต้องมีพิธีทำน้ำมนต์ธรณีสารอันเป็นน้ำมนต์ขจัดเสนียดจัญไรให้ออกจากโลงศพแล้วอาราธนาคุณพระรัตนตรัยมาช่วยขจัดขับไล่ด้วยอีกทาง สำหรับสุริยาหีบศพ เรามีหีบศพ 5 ประเภท มากกว่า 99 รูปแบบที่เหมาะสมกับทุกศาสนาและทุกพิธีการ ทั้งยังพร้อมให้คำปรึกษาหรือสอบถามเกี่ยวกับการจัดงานศพหรือบริจาคโลงศพ ทางร้านสุริยาหีบศพ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการตลอด 24 ชม. เลยค่ะ การตายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นจงใช้ชีวิตอย่างมีสติ จะทำอะไรให้คิดก่อนเสมอ จงทำแต่ความดีด้วยนะคะ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ Tel : 02-950-0989 (ติดต่อได้ตลอด 24 ชม.) Website : http://www.suriyafuneral.com/

วัฒนธรรมโลงศพแฟนตาชีที่ประเทศกานา ในแอฟริกาตะวันตก

วัฒนธรรมโลงศพแฟนตาชีที่ประเทศกานา ในแอฟริกาตะวันตก     วัฒนธรรมโลงศพแฟนตาชีที่ประเทศกานา ในแอฟริกาตะวันตก จะมีการจัดงานศพที่แตกต่างจากวัฒนธรรมไทย วันนี้เราสุริยาจะมาพูดถึงการจัดงานในกานา ว่าเขาใช้โลงศพแบบไหนบ้าง ก่อนอื่นทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนเกิดมาต้องตายกันทุกคน ฉะนั้นจะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เราสุริยาหีบศพเป็นผู้ให้บริการหลังความตาย สำหรับใดรที่ต้องการจัดงาน โลงศพ โลงศพไทย โลงจีน โลงศพคริสต์ จัดดอกไม้หน้าศพ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับงานศพต่าง ๆ ทางร้านเรามีครบวงจร ชาวกานานิยมใช้โลงศพแฟนตาชีในการจัดงานศพ เพื่อให้โลงศพที่โดดเด่น เพื่อเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยความเชื่อของชาวกานา ว่าการตายคือจุดเริ่มต้นของชีวิต มันคือการเดินทางไปยังชีวิตใหม่หลังความตาย โดยผู้ที่เสียชีวิตจะพาหนะที่ใช้ในการเดินทางอย่างโลงศพนั้นจะออกมาเรียบง่ายเห็นว่าจะไม่เข้าที เพราะที่นี่จะทำโลงศพแต่ละโลงศพที่โดดเด่น และแฟนตาชีจนมองไม่ออกว่ามันคือโลงศพไว้สำหรับบรรจุศพเลยทีเดียว ในช่วงหลายสิบปีมานี้วัฒนธรรมการออกแบบ และตกแต่งโลงศพให้เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นตามคาแรคเตอร์ของผู้เสียชีวิตนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก เช่นกีต้าร์ หรือรถสปอร์ท โลงพวกนี้จะถูกสร้างขึ้นอย่างปราณีต พิถีพิถันให้สมเกียรติของผู้เสียชีวิต ซึ่งสำหรับชาวกานาเองนั้น พวงเขายอมจ่ายไม่อั้นไม่ว่าจะแพงเท่าไหร่ก็สามารถจ่ายได้ เพื่อเป็นการทำโลงศพให้เหมาะสมกับตัวเอง ตัวอย่างโลงศพที่ชาวกานาได้ทำขึ้นมา ตามมาดูกันเลย           นี่เป็นการทำโลงศพของชาวกานาในแอฟริกาตะวันตก ที่นิยมทำโลงศพให้โดนเด่น เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะด้วยความเชื่อของชาวกานา ความตายถือเป็นการสร้างชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา ฉะนั้นราคาในการทำโลงศพจึงไม่ใช่ปัญหาในการทำ ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com ขอบคุณภาพจาก CNN

พิธีกงเต๊ก พิธีศพตามธรรมเนียมของชาวจีน (ตอนที่ 2)

พิธีกงเต๊ก พิธีศพตามธรรมเนียมของชาวจีน (ตอนที่ 2)   พิธีกงเต๊ก พิธีศพตามธรรมเนียมของชาวจีน (ตอนที่ 2) ใครที่เคยดูละครเลือกข้นคนจาง ก็คงได้เห็นธรรมเนียมการจัด “พิธีกงเต๊ก” ในงานศพของอากง ซึ่งเป็นธรรมเนียมศพของชาวจีนที่ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานนับพันปี เพื่อเป็นการบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ซึ่งในครั้งที่แล้วเราก็พูดถึงพิธีเปิดมณฑณ การส่งกสารไปยมโลก และพิธีเชิญวิญญาณกันไปแล้ว ในครั้งนี้การจัดพิธีกงเต๊กจะมีขั้นตอนอะไรต่อนั้น มาดูกันเลยค่ะ   4.จัดพิธีไหว้บรรพบุรุษ เมื่อคนภายในครอบครัวเสียชีวิต จะต้องมีการจุดธูปแจ้งข่าวให้บรรพบุรุษทราบว่าลูกหลานของท่านได้ถึงแก่กรรมแล้ว โดยจะต้องจัดเตรียมอาหารไว้สำหรับรอรับและให้บรรพบุรุษเป็นพี่เลี้ยงในการเดินทางของดวงวิญญาณ ทั้งนี้การไหว้บรรพบุรุษจะต้องไหว้ย้อนไป 3 รุ่น ซึ่งของไหว้บรรพบุรุษก็จะประกอบด้วย ข้าวสวยอย่างน้อย 6 ชาม เหล้าอย่างน้อย 6 แก้ว น้ำชาอย่างน้อย 6 แก้ว กับข้าวอย่างน้อย 5 อย่าง เจฉาย ซาแซหรือโหงวแซ 1 ชุด ผลไม้ 5 อย่าง 1 ชุด ขนมอี๋ อย่างน้อย 6 ถ่วย ฮกก๊วยปั๊มสีแดง อั่งถ่อก๊วย พระจะทำพิธีสวดมนต์จนถึงตอนที่ลูกหลาน ต้องทำการไหว้อาหารให้แก่บรรพบุรุษ เมื่อไหว้สำรับกับข้าวบนโต๊ะแล้ว ก็ตามด้วยการไหว้กระดาษเงิน กระดาษทอง การไหว้หีบเสื้อผ้าให้บรรพบุรุษ ซึ่งจำนวนหีบเสื้อผ้านั้น จะไม่ถูกกำหนดไว้ตายตัว โดยจะนับตามจำนวนของลูกใน คือคนในแซ่ จึงได้แก่ฝ่ายชายและสะใภ้ส่วนลูกนอกคือลูกสาวถือว่าแต่งงานไปแล้วใช้แซ่อื่น คือ ไปเป็นคนในตระกูลอื่นก็จะไม่ไหว้และไม่ฝากหีบเสื้อผ้าไปให้ แต่ถ้าลูกสาวจะฝากหีบเสื้อผ้าไปให้ด้วยก็ไม่ผิด แต่อย่างใด เสร็จจากการไหว้บรรพบุรุษจะเป็นพิธี “ซึงกิมซัว” แปลว่า ทลายภูเขาทอง เพื่อเป็นนัยอวยพรให้ลูกหลานรุ่งเรือง โดยเป็นการแสดงรำธงของพระจีนปลอม คือผู้ชายใส่ชุดพระสีแดงพร้อมหมวกพระจีนออกมาแล้ว แสดงโชว์เป็นธรรมเนียมเฉพาะ ของคนจีนอำเภอเตี้ยเอี้ยและเป็นธรรมเนียมว่าลูกสาวที่ออกเรือนแล้วจัดมาไหว้บุพการีให้ได้ชมก่อนจะถึงพิธีกรรมการพาข้ามสะพานกงเต๊กไปไหว้พระพุทธในแดนสวรรค์ ก่อนเริ่มพิธีจะต้องมีการไหว้บูชา โดยลูกสาวที่ออกเรือนแล้วเท่านั้นมาจุดธูปไหว้ บอกผู้ตายว่าจะไหว้ “ซึงกิมซัว” ที่หน้าโต๊ะไหว้ ที่ตั้งพิเศษอัญเชิญภาพปฏิมาขององค์อมิตาภพระพุทธเจ้ากับของพิเศษอย่างหนึ่งน่าสนใจมาก เป็นถาดใส่ข้าวสาร ขันน้ำมนต์ เหรียญสตางค์ พร้อมซองอั้งเปา นับตามจำนวนลูกของผู้ตาย ซึ่งถ้าลูกชายคนโตมีลูกชายคนโต ก็ต้องนับเพิ่มอีกหนึ่ง 5.พิธีบูชาเจดีย์ ซึ่งในพิธีนี้พระสงฆ์จะสวดมนต์นำดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต เดินเวียนประทักษิณรอบเจดีย์ แต่ถ้าหากผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง จะใช้สระอโนดาตหรือสระบัวแทน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระเจดีย์และพระพุทธองค์ 6.พิธีเดินข้ามสะพานกงเต๊ก พิธีการเดินข้ามสระพานกงเต๊ก เป็นพิธีที่พระสงฆ์จีนพาดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ มาส่งยังเขตแดนสวรรค์ โดยมีลูกหลานตามมาส่งด้วย ส่งเสร็จก็ข้ามกลับโดยทุกคนที่ข้ามสะพานลูกหลานจะต้องโยนสตางค์ลงไปในอ่างน้ำ ประหนึ่งการซื้อทางให้แก่ผู้ตายและตนเอง แต่ก็มีกฎข้อห้ามอยู่ที่ ถ้าลูกหล่านที่เป็นผู้หญิง หากใครเป็นประจำเดือนจะไม่ให้เดินข้ามสระพาน ก่อนเริ่มพิธีลูกชายคนโตจะต้องไปไหว้สระพานด้วยธูป 2 ดอก ขนม และกระดาษเงินกระดาษทอง พิธีเริ่มจากการสวดมนต์ของพระที่ปะรำหน้าศพ สวดจนได้จังหวะของบทตอน พระทั้งหมดก็จะเดินขบวน โดยพระรูปที่ 2 จะเป็นผู้ถือโคมวิญญาณ ต่อจากแถวพระคือขบวนลูกหลาน โดยจะไล่ตามศักดิ์ และอาวุโส ลูกในที่นี้ คือ ลูกชายนำหน้า ลูกชายคนโตคือหัวขบวน ตามด้วยลูกชายคนต่อ ๆ มา ถ้าลูกชายคนโตมีลูกชายตามศักดิ์แล้วลูกชายคนโตของลูกชายคนโตเท่านั้น ก็จะมาต่อท้าย เป็นลูกชายคนเล็ก แล้วจึงตามด้วยลูกสะใภ้ แล้วตามด้วยลูกสาว ตามด้วยลูกเขย แล้วตามด้วยชั้นหลาน การข้ามสะพานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงข้ามไปและช่วงข้ามกลับ ช่วงแรกจะเป็นการพา ดวงวิญญาณข้ามไปส่ง แดนสวรรค์ เมื่อข้ามไปถึงพระจะหยุดขบวน พระจะวางโคมวิญญาณลงกับที่ เหล่าพระทั้งหมดล้วนก้มกราบพระพุทธ มีการจุดธูป 3 ดอก ให้ลูกชายคนโตไหว้ เพื่อเป็นการไหว้พระพุทธแทนตัวผู้ตาย แล้วปักธูปลงในกระถางธูปของผู้ตายเอง จากนั้นขบวนพระก็จะพาขบวนลูกหลานข้ามกลับมายังโลกมนุษย์ โดยจะไม่ถือโคมวิญญาณกลับมาด้วย และขากลับจะต้องข้ามสะพานสวนทางกับขาไป ข้ามไปกี่รอบก็ต้องข้ามกลับจำนวนรอบเท่าเดิม เมื่อถึงโลกมนุษย์ ขบวนพระก็หยุด ลูกชายคนโตจะนำกระถางธูปไปวางไว้ที่ปะรำหน้าศพ เจ้าหน้าที่จะนำหีบเสื้อผ้าของผู้ตายมาวางโดยมีโคมวิญญาณวางซ้อนบนหีบเสื้อผ้าอีกที จากนั้นลูกหลานนั่งฟังพระสวดต่อ จนจบหนังสือมนต์เล่มสุดท้าย ซึ่งทุกครั้งที่มีการสวดมนต์จบเล่ม พระจะต้องนำ หนังสือมนต์นี้มา ให้ลูกชายเปิดดู แล้วยกสวดมนต์นั้นขึ้นจบถวาย เล่มสุดท้ายก็เช่นกัน เสร็จพิธี ลูกหลานจะกราบหน้าศพ 4 ครั้ง แล้วเหี่ยมหีบเสื้อผ้ากับโคมวิญญาณเพื่อนำไปเผา เช่นเดียวกับบรรดาของกงเต๊กอื่น ๆ ทั้งหมด ลูกหลานต้องช่วยกันเหี่ยมโดยมีหลักการว่าคนอื่นอาจช่วยยกของได้ แต่ลูกหลานเท่านั้นที่ต้องเป็นผู้เหี่ยมของกงเต๊กทั้งหลาย และต้องเหี่ยมทุกชิ้นไม่ขาดตกสิ่งใด 7.พิธีสวดส่งเทพ ส่งวิญญาณ การสวดส่งวิญญาณและถวานเครื่องกระดาษ ซึ่งการถวายเครื่องกระดาษนี้ จะเป็นการเผากระดาษเงินกระดาษทองให้แก่ผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบ้านพร้อมที่ดิน เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เงินทอง คนรับใช้พร้อมตั้งชื่อให้ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญู ซึ่งการเผาหลังจากทำพิธีกงเต๊กเสร็จ หรือจะเผาในวันรุ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กับการฌาปนกิจ หรือการเดินทางไปฝังที่ฮวงซุ้ยก็ได้เช่นกัน เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกงเต๊ก การจัดพิธีศพให้แก่ผู้เสียชีวิต นอกจากจะเป็นการอำลากันเป็นครั้งสุดท้ายของญาติพี่น้องแล้ว การจัดพิธีกงเต๊กยังเป็นการที่ลูกหลาน จะสามารถแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ด้วยการอุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตไปสู่สุขติอีกด้วย ซึ่งพิธีการทำกงเต๊กยังไม่จบเพียงเท่านี้ในครั้งหน้า จะมีขั้นตอนการจัดพิธีกงเต๊กในขั้นตอนไหนต่ออีกนั้น สามารถรอติดตามกันในสัปดาห์หน้านะคะ สำหรับใครที่ต้องปรึกษาหรือสอบถามเกี่ยวกับการจัดงานศพหรือบริจาคโลงศพ ทางร้านสุริยาหีบศพ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการตลอด 24 ชม. เลยค่ะ การตายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นจงใช้ชีวิตอย่างมีสติ จะทำอะไรให้คิดก่อนเสมอ จงทำแต่ความดีด้วยนะคะ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ Inbox : m.me/suriyafuneral/ Tel : 02-950-0989 (ติดต่อได้ตลอด 24 ชม.) Website : http://www.suriyafuneral.com/

“โลกสมุตติ” พิธีศพที่เลือนหายไปของชาวรามัญ

“โลกสมุตติ” พิธีศพที่เลือนหายไปของชาวรามัญ     “โลกสมุตติ” พิธีศพที่เลือนหายไปของชาวรามัญ ทุกศาสนาและทุกเชื้อชาติ มีพิธีกรรม ความเชื่อและพิธีศพที่แตกต่างกันออกไปตามแต่วัฒนธรรมที่หล่อหลอมกันขึ้นมา ดังเช่นชาวมอญหรือชาวรามัญ ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพิธีกรรมหลังความตายที่ยึดถือปฏิบัติตามคัมภีร์ “โลกสมุตติ” ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งกรุงหงสาวดี นั่นเอง ตามคัมภีร์โลกสมุตติของชาวมอญนั้น ได้มีการแบ่งแยกประเภทของการตายออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ตายดีและตายไม่ได้ ตายดีคือ การตายที่มาจากความชรา หรือป่วยตาย ส่วนตายไม่ดี คือ การตายแบบกะทันหัน อย่าง ฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุ รวมไปถึงการตายของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งชาวมอญจะปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งคัด เพราะมีเชื่อกันว่าหากปฏิบัติไม่ถูกวิธีจะทำให้ลูกหลานประสบภัยพิบัติต่าง ๆ นานา ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีผลมาจากที่ชาวมอญนับถือผีและศรัทธาในพระพุทธศาสนาไปพร้อม ๆ กัน ธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับการตายที่ดี การตายที่ดี แบ่งออกเป็น 2 ประการด้วยกัน คือ ผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้สูงอายุและเสียชีวิตด้วยความชราภาพ หรือเจ็บป่วยตาย จะต้องตายในบ้านของตนเองเท่านั้น เพราะหากเสียชีวิตนอกบ้านชาวมอญจะไม่นำศพเข้าบ้านเด็ดขาย จึงทำให้ไม่สามารถจัดงานศพที่บ้านได้ ดังนั้นเมื่อคนมอญไม่สบายแล้วไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หากหมดโอกาสในการรักษา ญาติจะนำผู้ป่วยกลับบ้าน และเมื่อเสียชีวิตแล้ว คนในบ้านก็จะไปบอกกล่าวแก่ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านให้มาช่วยงานเพื่อจัดเตรียมงานตามศาสนา โดยจะต้องมี โลงศพ สำหรับนำร่างผู้เสียชีวิตใส่โลงศพ กลับบ้านทำพิธี การจัดการกับร่างของผู้เสียชีวิต ในการอาบน้ำศพของชาวมอญนั้น จะทำให้ตอนบ่ายหรือตอนเย็นเท่านั้น เพราะมีข้อห้ามในการอาบน้ำศพในช่วงเที่ยง ทั้งการอาบน้ำศพก็จะต้องมีผู้รู้พิธีเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตและแขกที่มาร่วมงานก็จะมร่วมอาบน้ำศพ โดยจะใช้น้ำส้มป่อยผสมขมิ้นราดไปที่ร่างของผู้เสียชีวิต จากนั้นให้ใช้น้ำอาบอีกครั้ง โดยจะราดตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะของผู้เสียชีวิต เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วก็จะมีการแต่งตัวให้ศพ ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะเป็นหญิงหรือชายจะนุ่งโปงมอย ซึ่งเป็นการผ่าผ้านุ่งตามยาวแล้วเย็บตะเข็บให้ติดกันคล้ายลักษณะกางเกง แล้วจึงนำเสื้อผ้าตามประเพณีนิยมมาสวมทับอีกชั้น จากนั้นทำการหวีผม โดยหวีลง 3 ครั้ง และหวีขึ้น ทาแป้งปะพรมน้ำอบน้ำหอม จากนั้นจึงทำการมัดศพ โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมาช่วยกันมัด โดยใช้ด้ายขาวขนาดเดียวกับสายสิญจน์ ทำการมัดที่หัวแม่มือทั้ง 2 ข้างในลักษณะประนมมือเหนืออกเข้าไว้ด้วยกัน และมัดที่หัวแม่เท้าทั้งสองด้วยเช่นกัน และนำดอกไม้ธูปเทียนใส่ไว้ในมือ ตำหมากพลูพร้อมเงิน 1 บาท ใส่ไว้ในปากแล้วจึงนำใบพลูปิดปากอีกหนึ่งครั้ง การตั้งศพของชาวมอญ การกำหนดที่ตั้งศพของชาวมอญจะต้องอยู่ในเขตเสาผี บริเวณของผีเรือน และหันศีรษะศพไปทางทิศตะวันออก ตามธรรมเนียมมอญจะห้ามนำโลงศพขึ้นบ้าน แต่จะให้ทำแคร่ไม้สำหรับวางศพไว้แทน เรียกว่า “โจงแหนะ” หรือ “โจงเนียะ” ที่แปลว่าเตียงชนะ คือให้ผู้ตายเอาชนะต่อภูมิทั้ง 4 ได้แก่ อบายภูมิ สุคติภูมิ 7 รูปภูมิ 16 อรูปภูมิ 4 ซึ่งในการทำโจงแหนะจะแฝงไปด้วยคติทางพระพุทธศาสนา ที่เป็นปริศนาธรรมแบบรามัญที่ได้ถือปฏิบัติกันมา กล่าวคือ การทำเสา 6 ต้น เพื่อให้ละทิ้งอารมณ์ทั้ง 6 หรือให้ไปถึงสวรรค์ชั้น 6 ทำแคร่เป็น 4 ชั้น เพื่อให้หลุดพ้นจากอบายภูมิทั้ง 4 พื้นแคร่ปูด้วยไม้ยาว 8 สั้น 8 หมายถึงให้พ้นจากนรกภูมิทั้ง 8 ชั้น เพดานใช้ไม้ 20 แผ่น ให้ไปถึงสวรรค์ชั้นพรมทั้ง 20 ภูมิ บริเวณปลายเตียงและหัวเตียง จะแขวนกระทงดอกไม้ด้านละ 2 กระทง แต่ละกระทงใส่ดอกไม้ 3 ดอก จากเพดานผูกเชือกให้หย่อนมาที่บริเวณสะดือ ปลายเชือกผู้แหวน 1 วงและกรรไกรหนีบหมาก 1 อัน โดยแหวนหมายถึงจักขุญาณ ผู้ตายจะได้ใช้เพื่อความกระจ่างแจ้งต่อภพหน้า ส่วนกรรไกรใช้ตัดกิเลส สถานที่ตั้งศพ บริเวณใต้ถุนบ้านตำแหน่งที่วางศพ จะใช้ไม่ไผ่มาค้ำให้ตรงกับตำแหน่งที่ตั้งศพไว้ เมื่อเคลื่อนศพออกจากบ้านจะได้นำไม้ค้ำนี้ออกทันที เครื่องประกอบการตั้งศพ ในการตั้งศพของชาวมอญจะวางเครื่องประกอบการตั้งศพไว้ที่ปลายเท้าของผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย 2 ถาด มีตะเกียง 1 ดวงจุดไฟไว้ตลอดเวลา เสื้อผ้าชุดใหม่ 1 ชุด แหวน 1 วง แป้งหอม กระจกส่องหน้า หวี ส่วนถาดที่ 2 มีมะพร้าว 2 ผล ผ้าขาวบางผืนใหญ่ 2 ผืน ผ้าขาวบางผืนเล็ก 1 ผืน ไต้ก่อไฟ 1 มัด ขมิ้น ส้มป่อย ธูปเทียน และโกศใส่กระดูก 1 อัน ขบวนแห่ศพ สำหรับการเคลื่อนศพออกจากบ้านจะเริ่มเคลื่อนในช่วงบ่าย เรียกว่า “ตะวันบ่ายควาย” หมายถึงตะวันยามบ่ายที่ร่มเงาของบ้านทอดยาวพอให้ควายนอนหลบได้หนึ่งตัว ซึ่งญาติจะนำประตูผีที่เตรียมไว้ทาบกับประตูทางเคลื่อนศพ แล้วทาบบันไดจึงเคลื่อนศพ ในการเคลื่อนศพนี้จะมีพิธีปฏิบัติโดยจะต้องมีผู้หญิงอาวุโสพร้อมทั้งหม้อส้มป่อยผสมขมิ้น อีกหม้อหนึ่งจะเป็นหม้อน้ำบริสุทธิ์ สตรีอีกคนมีมีถ้วยข้าวสาร เมื่อฝ่ายชายยกศพเคลื่อนที่ลงบันไดผีแล้ว จะราดน้ำส้มป่อยตามด้วยน้ำเปล่า เมื่อศพเคลื่อนถึงพื้นดินจะโดยน้ำส้มป่อยให้แตกบริเวณหัวบันไดบ้าน ส่วนหม้อน้ำให้คว่ำไว้ สตรีที่มีข้าวสารจะซัดข้าวสารตามหลังตลอดการเคลื่อนศพ จากนั้นนำโลงศพไปวางไว้บนแคร่เอาปลายเท้าศพให้อยู่ด้านหน้า และหากมีลุกหลานบวชหน้าไฟจะให้นั่งด้านหน้า 1 รูป ด้านหลังอีก 1 รูปพร้อมหีบพระอภิธรรม ใช้เชือกผูกโยงไว้ที่ด้านหน้าแคร่หามศพ เพื่อให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วมกันจูงศพ จะมีพระภิกษุสงฆ์เดินจูงนำขบวน จะเป็นขบวนน้ำศพส่วนพวกที่ตามหลังขบวนเรียกว่าขบวนส่งศพ ทั้งนี้ในขบวนแห่ศพจะมีลูกชายคนสุดท้ายของตระกูลจะต้องนุ่งขาวห่มขาว และนำหวี กระจก เสื้อผ้าและแหวนผู้ตายใส่ขันทูนหัวนำไปที่วัด ซึ่งในบางแห่งให้บุตรชายคนแรกหรือคนสุดท้องอุ้มกระบุงเดินนำศพไปวัด อันเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นการนำกระบุงวิญญาณไปวัด โดยของภายในกระบุงจะประกอบด้วยกระจกส่องหน้า น้ำจันท์ 1 ถ้วย ถ้าคนตายเป็นชายให้ใส่ผ้านุ่ง เสื้อและผ้าขาวม้าอย่างละ 1 ผืน ถ้าคนตายเป็นหญิงให้ใส่ผ้าซิ่น เสื้อและสไบอย่างละผืน นอกจากนั้นจะมีพลู 1 จับ จอบขุดดินใช้สำหรับขุดหลุมศพและใช้ผ่ามะพร้าวล้างหน้าศพ พลูและน้ำจันทน์สำหรับเทลงในหลุมศพ กระจกไว้ให้ผู้เสียชีวิตส่องหน้าตัวเอง ข้าวของในกระบุงวิญญาณ เมื่อใช้เสร็จแล้วก็ถวานทานให้แก่วัดไป ถ้าหากภรรยาของบุตรชายคนโตกำลังตั้งครรภ์ สามีภรรยาคู่นั้นจะแตะต้องศพหรือของใช้ในพิธีศพไม่ได้ พิธีเก็บกระดูกของชาวมอญ

8 ขั้นตอน ตายแล้วไปไหน

8 ขั้นตอน ตายแล้วไปไหน     8 ขั้นตอนตายแล้วไปไหน สุริยาหีบศพเป็นผู้ให้บริการหลังความตายอันดับ 1 ในไทย 8 ขั้นตอนตายแล้วไปไหน หลายคนคงอยากรู้เมื่อญาติที่จากไปอย่างสงบไม่มีกลับมา หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เสียชีวิต นั้นจะต้องทำอะไรบ้าง แล้วตายแล้วไหน มีขั้นตอนการจัดงานอย่างไรบ้าง ในการเตรียมจัดงานศพหรือขั้นตอนการเตรียมงาน วันนี้สุริยาหีบศพ มี 8 ขั้นตอนตายแล้วไปไหนมาแนะนำ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะได้ทำความเข้าใจ เพราะงานศพ เราเชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการสูญเสียใครสักคนหนึ่งไป มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะอยู่อย่างมีความสุข แต่อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ก็ต้องสู้ต่อไป คนเราเสียใจได้ แต่ต้องกลับมาเข้มแข็งให้เร็ว เพื่อคนที่จากไปจะได้ไม่ต้องห่วง เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจในการจัดเตรียมงานศพกันมากขึ้น   8 ขั้นตอนตายแล้วไปไหน การแจ้งตาย การนำร่างไปวัด รดน้ำศพ บำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรม การบรรจุศพ การฌาปนกิจศพ การเก็บอัฐิ ลอยอังคาร นี่เป็น 8 วิธีการที่ทางญาติจะต้องทำการดำเนินการ ที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีทางศาสนา ในแต่ละขั้นตอนก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่าำคัญที่สุดเลย ใบรับรองการตาย หรือ ใบมรณะบัตร ที่ทางญาติจะต้องมีก่อนนำผู้เสียไปทำพิธี ซึ่งในการจัดงานศพ เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ฉะนั้นสำหรับใครที่สูญเสียญาติ สามารถโทรเข้ามาสอบถามเราสุริยาหีบศพ เป็นผู้ให้บริการหลังความตาย อันดับ 1 ในไทย แบบครบวงจร เรามีบริการตั้งแต่ รถเคลื่อนย้ายศพ โลงศพดอกไม้หน้าศพ อุปกรณ์ในพิธีศพ เจ้าหน้าที่ดูแลงานศพ เป็นต้น เรื่องจัดงานศพไว้ใจเราสุริยาหีบศพ หากลูกค้าต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มในการจัดงานศพ หรือโลงศพในการใช้ประกอบพิธี สามารถโทรติดต่อเราได้ที่ 02-950-0989 ได้ตลอด 24 ชม. เรามีเจ้าหน้าพร้อมให้คำปรึกษาท่านทุกเวลา และเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งคนที่คุณรักไปสู่สุคติด้วย ทั้งนี้เราจะมาพูดถึงพิธีลอยอังคารว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีลอยอังคาร แบ่งเป็น ๓ ชุด ดังนี้ ๑. เครื่องไหว้แม่ย่านาง ได้แก่ ดอกไม้สด ๑ กำ หรือพวงมาลัย ๑ พวง ธูป ๗ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๑ เล่ม พานเล็ก ๑ ใบ (สำหรับใส่ดอกไม้ธูปเทียน) เชือก ๑ เส้น (สำหรับมัดธูปและดอกไม้ ไว้ที่เสาหัวเรือ) ๒. เครื่องบูชาเจ้าแม่นทีและท้าวสีทันดร ได้แก่ กระทงดอกไม้ ๗ สี ๑ กระทง ธูป ๗ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๑ เล่ม พานโตก ขนาดกลาง ๑ ใบ (สำหรับใช้วางกระทงดอกไม้ ๗ สี) ๓. เครื่องไหว้อังคารบนเรือ ลุ้งใส่อังคาร และผ้าขาวสำหรับห่อลุ้ง พวงมาลัย ๑ พวง ดอกมะลิ กลีบกุหลาบ หรือดอกไม้อื่น ๆ (สำหรับผู้ร่วมพิธีโรยบนอังคาร) น้ำอบไทย ๑ ขวด ดอกกุหลาบ เท่าจำนวนผู้ร่วมพิธี ธูปเทียนเครื่องทองน้อย ๑ ชุด (หรือธูป ๑ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๑ เล่ม พร้อมกระถางธูปเชิงเทียน ๑ ชุด) สายสิญจน์ ๑ ม้วน พานโตกขนาดกลาง ๑ ใบ (สำหรับรองลุ้งอังคาร) พานก้นลึกขนาดเล็ก ๑ ใบ (สำหรับใส่ดอกไม้ต่าง ๆ) พานก้นตื้น ๑ ใบ (สำหรับใส่เงินเหรียญ) นี่เป็นอุปกรณ์ในการเตรียมในวันลอยอังคารกันนะคะ หากญาติไม่สะดวกเตรียมอุปกรณ์เราสุริยาหีบศพ มีบริการลอยอังคารให้กับลูกค้าด้วยค่ะ เพียงแค่โทรมาแจ้งเราก็จัดการให้คุณลูกค้าเลยค่ะ จองทั้งสถานที่ เตรียมอุปกรณ์ รถรับส่ง แบบครบวงจรจบที่เดียว สำหรับลูกค้าที่ต้องการจัดงานศพสามารถเข้ามาปรึกษาหรือใช้บริการของเราสุริยาหีบศพได้ตลอด 24 ชม. ในเรื่อง การจัดงานศพ การเลือกโลงศพ ดอกไม้หน้าศพ จองวัด และขั้นตอนการประกอบในพิธี เป็นต้น สนใจสั่งซื้อโลงศพ จัดงานศพ สามารถติดต่อสุริยาหีบศพได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ 📞 Tel : 02-950-0989 (ติดต่อได้ตลอด 24 ชม.) 🏠 Website : http://www.suriyafuneral.com/