พิธีการแบบไทย

การอาบน้ำชำระร่างศพ 
เป็นการอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายของศพให้สะอาดแล้วแพทย์จะได้ใช้สำลีอุดจมูกศพกันน้ำเหลืองไหล แล้วฉีดยารักษาสภาพศพ เสร็จแล้วแต่งตัวศพตามฐานะของผู้ตาย โดยใช้เสื้อผ้าที่ใหม่และสะอาดที่สุด ถ้าเป็นข้าราชการให้แต่งเครื่องแบบชุดขาวเต็มยศ

การตั้งเตียงรองศพสำหรับรดน้ำ
จัดตั้งเตียงตรงกลางของสถานที่พอให้กว้างสำหรับการรดน้ำศพ โดยตั้งไว้ทางด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บูชา หันด้านขวามือศพหรือปลายเท้าศพให้อยู่ทางผู้ที่มาแสดงความเคารพศพ จัดร่างของผู้ตายให้นอนหงายเหยียดยาว จัดมือขวาให้ห่างจากตัวเล็กน้อยโดยให้วางมือแบออกคอยรับการรดน้ำ ใช้ผ้าแพรคลุมร่างเปิดเฉพาะหน้าและมือขวาเท่านั้น จัดเตรียมขันน้ำ พานรองขนาดใหญ่ ตั้งไว้คอยองน้ำที่รดศะแล้วพร้อมทั้งเตรียมน้ำอบและภาชนะเล็กๆสำหรับตักให้ผู้มารดน้ำศพ ให้ลูกหลานคอยส่งภาชนะสำหรับแขกที่มารดน้ำศพ

พิธีสวดพระอภิธรรมศพ

  • เมื่อได้เวลาให้นิมนต์ประสงค์ประจำที
  • ประธานในพิธีจุดธูปเครื่องทองน้อยหน้าภาพถ่ายผู้ตาย
  • พืธีกร อาราธนาศีล ผู้ร่วมพิธีรับศีล
  • พิธีกร อาราธนาธรรม
  • พระสงฆ์ สวดพระอภิธรรมจนจบครั้งสุดท้าย
  • พิธีกรและเจ้าหน้าที่ เข้าเทียบเครื่องไทยธรรม
  • ประธานและผู้แทนผู้ร่วมพิธีถวายเครื่องไทยธรรม
  • พิธีกร ลาดผ้าภูษาโยง
  • ประธานและผู้แทนผู้ร่วมพิธี ทอดผ้าบังสกุล
  • พระสงฆ์ พิจารณาผ้าบังสกุลและอนุโมทนา
  • ประธาน กรวดน้ำ กราบพระรัตนตรัย และน้อมไหว้พระ
  • พระสงฆ์กลับ ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนน้อมไหว้

หมายเหตุ บางที่จะทอดผ้าบังสกุลก่อนถวายเครื่องไทยธรรม

การเตรียมจัดที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม

  • ถ้าฝาพนังที่จัดงานไม่สะอาดควรใช้ผ้าม่านขึงข้างฝาผนังไว้
  • จัดที่ตั้งศพไปทางด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บูชาและไม่บังโต๊ะหมู่ ควรจะอยู่ต่ำกว่าโต๊ะหมู่บูชาเพื่อความเหมาะสม
  • ที่ตั้งศพควรอยู่ห่างจากฝาผนังอาคารอย่างน้อย 1 ศอกเพื่อให้เดินได้รอบศพ และควรจัดที่ว่างสำหรับโต๊ะวางอาหารบูชาศพ
  • เตรียมที่ตั้งหรือแขวนพวงหรีด และโต๊ะหมู่พร้อมดอกไม้สำหรับประดับหีบศพตามความเหมาะสม

การเตรียมจัดที่ตั้งและภาพถ่ายผู้ตาย

  • ใช้รูปภาพที่มีขนาดใหญ่ให้มองเห็นได้ง่ายและด้านล่างเขียน วัน เดือน ปีเกิด และปีตาย ของผู้ตายไว้
  • นำภาพถ่ายไว้ด้านเท้าของศพ
  • ตั้งเครื่องสำหรับบูชาศพ คือ โต๊ะเครื่องบูชา 1ชุด แจกัน 1คู่พร้อมดอกไม้สด เชิงเทียนพร้อมเทียนขาว 1 คู่ กระถางธูป 1 ใบและธูป 1ดอก

การเตรียมจัดที่สวดพระอภิธรรม

  • ตั้งตู้พระธรรมให้สูงจากอาสน์พระสงฆ์ 1 ศอก
  • ชุดตู้พระธรรมจะประกอบไปด้วย ตู้พระธรรมพร้อมคัมภีร์ 7 คัมภีร์ 1 ชุด ,เชิงเทียนพร้อมเทียนเหลือง 1 คู่ , กระถางธูปพร้อมธูป 3 ดอก , แจกันพร้อมดอกไม้สด 1 คู่

พิธีบรรจุศพ(กรณีเก็บศพไว้ 100วัน หรือพระราชทานเพลิงศพ)

  • เมื่อเสร็จการสวดอภิธรรมศพคืนสุดท้าย จะเชิญแขกเพื่อทำการเคารพศพโดยนำดินเหนียว ดอกไม้ วางเคารพศพ ซึ่งบางแห่งขั้นตอนนี้อาจจะทำเพื่อนำหีบศพเข้าสถานที่บรรจุศพแล้ว)
  • นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป เดินจูงผ้าภูษาโยงนำหน้าไปยังสถานที่บรรจุศพ
  • เจ้าภาพในพิธีทำการทอดผ้าบังสกุล

พิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลในวันฌาปนกิจศพ

  • เชิญศพขึ้นตั้งบนศาลาบำเพ็ญกุศล แล้วนิมนต์พระสงฆ์ประจำที่อาสน์
  • เจ้าภาพ จุดธูปเพื่อบูชาพระรัตนตรัย 3 ครั้ง
  • พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ เมื่อเสร็จแล้วถวายภัตตาหารเพล และถวายเครื่องไทยธรรม
  • พระสงฆ์ อนุโมทนา
  • เจ้าภาพกรวดน้ำ
  • เลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงาน
  • นิมนต์พรเทศน์ เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเทียนกัณฑ์เทศน์และธูปเทียนที่ตั้งอยู่หน้าศพ
  • พิธีกรอาราธนาศีล และอาราธนาธรรม
  • เมื่อพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาเสร็จแล้ว ให้เจ้าภาพถวายกัณฑ์เทศน์ และนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นอาสน์สงฆ์พร้อมกันซึ่งจำนวนแล้วแต่จะนิมนต์
  • พระสงฆ์มาติกาบังสกุล
  • เจ้าภาพ ถวายเครื่องไทยธรรมแก่พระสงฆ์  พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำ
  • นิมนต์พระสงฆ์นำศพอย่างน้อย 1 รูป เคลื่ยนศพ เวียนเมรุ 3 รอบ และเชิญศพขึ้นเมรุ

พิธีฌาปนกิจศพ

  • พิธีกรจะเชิญแขกผู้ใหญ่ทอดผ้าบังสุกุล และนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นพิจารณาผ้าบังสุกุล
  • พิธีกร อ่านประวัติและคำไว้อาลัยแก่ผู้ตาย
  • กรณีที่มีพระสงฆ์มาร่วมงาน ให้นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ก่อนแล้วจึงเชิญแขก ขึ้นวางดอกไม้จันทน์

การเก็บอัฐิ
เมื่อทำการฌาปนกิจเสร็จแล้ว บางรายจะเก็บอัฐิในตอนเย็นของวันเผาเลยเพื่อจะทำบุญให่เสร็จในคราวเดียวกัน แล้วนำไปตั้งบำเพ็ฐกุศลเหมือนกับพิธีก่อนเผาแล้วนิมนต์พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ รุ่งขึ้นถวายภัตตาหารเช้าแล้วนำอุฐิไปบรรจุหรือนำกลับบ้าน

แปรธาตุ
เมื่อถึงเวลาเก็บอัฐิซึ่งจะเป็นในวันเผาหรือวันรุ่งขึ้น เมื่อเก็บเสร็จแล้วให้ทำการกองกระดูกเป็นรูปคนนอนหงายแล้วหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีบังสุกุลตาย เมื่อเสร็จแล้วก็แปรรูปอัฐิให้เป็นรูปคนหันศีรษะไปทางทิศตะวันออก เจ้าภาพจะใช้น้ำหอมประพรมโปรยด้วยดอกไม้เงินดอกไม้ทอง แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีบังสุกุลเป็น เสร็จแล้วก็ทำการเก็บอัฐิ ส่วนอัฐิที่เหลือรวมทั้งเถ้าถ่านให้รวมไปบรรจุ ลอยแม่น้ำหรือฝัง

ทำบุญอัฐิ
เมื่อเก็บอัฐิแล้วนำกลับบ้านแล้ว จำทำบุญในวันนั้นหรือจะเว้น 3 วัน 7 วันจึงทำบุญก็ได้ ซึ่งจะมีสวดมนต์เลี้ยงพระสงฆ์ บังสุกุล เทศน์ มีการตั้งบาตรน้ำมนต์และเดินสายสิญจน์ซึ่งเป็นการทำบุญเรือนให้เป็นสิริมงคลแกผู้อยู่ข้างหลัง


พิธีการแบบจีน

พิธีการแบบจีนจะเริ่มจากการคลุมหน้าหิ้งพระด้วยผ้าใหม่ และนำแป้งละลายน้ำไปละเลงตามกระจกต่างๆ จากนั้นลูกหลานจะช่วยกันอาบน้ำและเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้กับผู้ตาย เมื่อเสร็จแล้วให้นำศพมาตั้งไว้ที่ห้องโถงโดยหันปลายเท้าออกทางประตูหน้าบ้าน คลุมศพด้วยผ้าที่ใหม่เสร็จแล้วให้ตั้งโต๊ะเซ่นไหว้  หลังจากนั้นลูกหลานจะใส่เสื้อผ้าไว้ทุกข์ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป

coffin_111  coffin_112  coffin_108

ลูกหลานบางคนไปติดต่อซื้อโลงศพ และสั่งทำเต้ง และของใช้ต่างๆที่ต้องใช้ในพิธี ตามธรรมเนียมของจีนต้องตั้งศพไว้ 1 วัน 1 คืน จึงจะบรรจุลงโลงซึ่งในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความสะดวก ก่อนจะนำโลงศพเข้าบ้านลูกหลานจะทำการเผากระดาษเงินกระดาษทองคนละ 1 ชุด ปกติจะทำการเก็บศพไว้ไม่เกิน 7 วันก็จะนำไปฝัง ระหว่างงานศพก็ต้องทำคล้ายกับผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ คือการนำอาหารไปให้ผู้ตายรับประทานตอนเช้า กลางวันและเย็นเพื่อเป็นการเซ่นไหว้ ตอนค่ำมีการสวดศพทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย โดยลูกหลานจะต้องเคาะโลงบอกผู้ตายให้ฟังสวดด้วย บริเวณหน้าบ้านต้องประดับด้วยโคมไปซึ่งถ้าผู้ตายเป็นผู้ชายจะจุดโคมไฟทางด้านซ้ายและดับโคมไฟข้างขวา และถ้าเป็นผู้หญิงจะจุดโคมไฟข้างขวาและดับโคมด้านซ้าย ซึ่งโคมไฟจะเขียนชื่อสกุลผู้ตายพร้อมอายุ

การบรรจุศพ
ก่อนบรรจุนั้น จะต้องเตรียมกระดาษเงินพับเป็นรูปเงินจีน ขี้เถ้า และใบชาหยาบ หมอนสำหรับรองศีรษะผู้ตาย ซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมเว้าตรงกลางภายในจะบรรจุด้วยกระดาษเงินและกระดาษทองอย่างละ 1 พับ กระดาษเงินแผ่นเล็กซึ่งถือเป็นเงินติดตัวผู้ตาย ผ้าห่มศพ เมื่อเตรียมของครบแล้ว จะให้ผู้ทำพิธีเริ่มทำพิธีได้เลยโดยเริ่มด้วยการโรยขี้เถ้าลงภายในโลงและกล่าวคำที่เป็นสิริมงคล ลูกหลานต้องร้องรับพร้อมกัน ต่อมาโรยใบชาลงในโลง ขณะเดียวกันลูกหลานก็เขียนเครื่องหมายลงบนข้อจี๋ที่ถืออยู่ วางไว้ข้างๆศพด้วยและคลุมผ้าห่มศพเมื่อเสร็จแล้วจึงปิดฝาโลงและตอกตะปูทั้ง 4 มุมของโลง พร้อมกล่าวคำที่เป็นสิริมงคลจนกว่าจะตอกตะปูมิดเป็นอันเสร็จพิธี

การเลือกหลุมเพื่อฝังศพ
คนจีนนิยมเลือกและหาซื้อหลุมที่จะใช้สำหรับฝังศพของตนเอง ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ แต่บางคนเมื่อตายไปแล้วลูกหลานจะเป็นผู้หาที่ฝังให้อาจจะเป็นที่ส่วนบุคคลหรือสถานที่ต่างๆ ซึ่งในอดีตจะต้องให้ซินแสมาดูพื้นที่หามุมที่เหมาะสมตามตำรา สถานที่ๆใช้ฝังศพต้องเป็นที่ลาดชัน ข้างหลังเป็นภูเขา ข้างหน้าควรเป็นที่ราบกว้าง เมื่อได้สถานที่ๆเหมาะสมแล้วก็จะตั้งเครื่องเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อขออนุญาตใช้เป็นหลุมฝังศพ การขุดต้องขุดให้มีความลาดเล็กน้อย ท้องหลุมจะโรยด้วยปูนขาวเป็นการป้องกันปลวก ซึ่งหลุมศพจะต้องขุดเตรียมไว้ล่วงหน้า1-2วัน

ขบวนแห่ศพ
มีการโปรยกระดาษเงินตลอดทาง ญาติถือฆ้องใหญ่ 1 คู่ โคมไฟ 1 คู่  และใช้รถบุปผชาติบรรทุกรูปผู้ตาย รถบรรทุกพระนำทาง ขบวนหามโลงซึ่งลูกหลานจะเดินอยู่ข้างๆ โดนมีลูกชายคนโตถือตงฮวน ตลอดทางเมื่อถึงบริเวณทางแยกหรือสะพานจะต้องร้องบอกผู้ตายให้ข้ามสะพานหรือผ่านทางแยก

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนฝังศพ
ด้าย 5 สี กระถางธูป 1 กระถาง ข้าวเปลือก ถั่วเขียว ตะปู อาหารคาวหวาน เมื่อขบวนแห่ถึงที่ฝังจะมีการถอดเครื่องประดับโลงออก แล้วหย่อนโลงลงหลุม แล้วช่วยกันหยิบดินใส่คนละ 3 กำ เมื่อกลบหลุมแล้วลูกหลานต้องนำเครื่องเซ่นไหว้และเหล้าไปไหว้เจ้าที่ ส่วนอีกชุดให้วางไว้หน้าหลุมศพ หลังจากนั้นพระภิกษุจีนจำทำพิธีสวดรอบหลุมอีกครั้งโดยจะสั่นกระดิ่งเดินนำตามด้วยลูกชายคนโตถือตงฮวน ลูกชายคนรองถือภาพถ่ายตามด้วยญาติ เดินวนรอบหลุมศพจนสวดเสร็จ ภิกษุจีนจะเจิมภาพถ่ายผู้ตายสำหรับนำไปบูชาที่บ้านแล้วหว่าเมล็ดั่วเขียว ตะปู ข้าวเปลือก ทั่วบริเวณหลุมศพ ลูกชายคนโตจึงนำตงฮวนไปปักไว้เหลือหลุมศพ ส่วนกระดาษและโคมไฟจะนำไปไว้ที่บ้านจนครบ 7 วัน ซึ่งตอนกลับบ้านจะต้องกลับทางเดิมที่ได้แห่ศพมา

พิธีครบ 7 วัน
เมื่อครบ 7 วัน ลูกหลานต้องตั้งโต๊ะเซ่นไหว้อาหาร ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีข้าวเหนียวกวนอยู่ด้วย มีความเชื่ออยู่ว่าเมื่อวิญญาณผู้ตายไปหยิบข้าวเหนียวกวนซึ่งมีความเหนียวอยู่เนื้อจะหลุดติดอยู่ที่ข้าวเหียวทำให้รู้ว่าตนเองได้ตายไปแล้ว การทำพิธีกงเต๊กถือเป็นการทำบุญให้กับผู้ตาย ในพิธีจะมีหุ่นจำลองที่ทำจากกระดาษสีต่างๆ บ้าน รถยนต์ คนรับใช้ เกี้ยว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ของเหล่านี้เมื่อเสร็จพิธีจะทำการเผาอุทิศให้แก่ผู้ตาย

การไว้ทุกข์
ลูกหลานต้องไว้ทุกข์ด้วยการสวมเสื้อผ้าเนื้อดิบ 1 ปี และห้ามตัดผม 100 วัน ผลัดเป็นไว้ทุกข์ด้วยชุดเสื้อผ้าสีเขียวหรือน้ำเงิน 1 ปี จึงใส่สีแดงได้ ส่วนญาติอาจจะสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวหรือดำ 3 เดือน


พิธีการแบบคริสต์

เมื่อมีงานศพของศาสนาคริสต์ จะมีการเชิญบาทหลวงไปประกอบพิธีสวดวิญญาณ การรดน้ำศพสามารถจัดตามประเพณของไทยหรือตามท้องถิ่นได้ การจัดตั้งศพเพื่อรอนำไปประกอบพิธีควรมีรูปไม้กางเขน เทียน 1คู่ และแจกันดอกไม้ซึ่งจะวางไว้ด้านศรีษะของศพ และควรมีภาชนะใส่น้ำมนต์ของทางศาสนาคริสต์พร้อมกับกิ่งไม้วางไว้เพื่อให้ผู้ที่มาเคารพศพใช้พรมศพเล็กน้อย เมื่อชาวคริสต์เสียชีวิตอาจจะตั้งศพไว้ที่วัดคริสต์หรือบ้านแล้วแต่ฐานะของเจ้าภาพ เจ้าภาพจะตั้งศพสวดอธิษฐานก่อนพิธีฝังศพ 3,5,7 วัน ใช้เวลาในการสวดประมาณ 30 นาทีสำหรับผู้้นับถือศาสนาพุทธที่จะไปเคารพศพผู้นับถือศาสนาคริสต์ ควรปฎิบัติดังนี้
1. ในกรณีที่ศพอยู่ที่วันหรืออยู่ที่บ้าน
-วางพวงหรีด
– พรมน้ำเสก 1 ครั้ง
– กล่าวอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สวรรค์หรือกล่าวอโหสิกรรม
– ทำความเคารพด้วยการคำนับ

2. กรณีที่ไปร่วมพิธีศพ
– เคลื่อนศพไปยังที่ฝัง
– บาทหลวงทำพิธีเสร็จแล้วจะวางก้อนห่อกระดาษและดอกไม้
– กล่าวอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สวรรค์หรือกล่าวอโหสิกรรม

coffin_124

 


สุริยา ฟิวเนอรัล เรามีบริการเกี่ยวพิธีกรรมและขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับศพอย่างเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมและประเพณีไม่ว่าจะเป็น ไทย,จีน,ไทยจีนหรือคริตส์ ได้อย่างถูกวิธีและดีที่สุด