คติความเชื่อและขั้นตอนการจัดพิธีศพของชาวคริสต์


คติความเชื่อและขั้นตอนการจัดพิธีศพของชาวคริสต์

จัดพิธีแบบคริสต์ หีบคริสต์

คติความเชื่อและขั้นตอนการจัดพิธีศพของชาวคริสต์ ในแต่ละศาสนาต้องมีคติมายาความเชื่อที่ต่างกัน และมีขั้นตอนในการจัดพิธีศพที่แตกต่างกันออกไป แม้แต่ชาวคริสต์เองก็มีหลายนิกาย และในแต่ละนิกายก็มีคติความเชื่อในโลกหลังความตายที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงขั้นตอนในการจัดพิธีศพด้วย และวันนี้แอดมินจะพาทุกท่านไปรู้จักกับโลกหลังความตายของชาวคริสต์และขั้นตอนการจัดพิธีศพ ซึ่งจะมีขั้นตอนอะไรบ้างนั้น ตามแอดมินมาดูกันเลยค่ะ

ความเชื่อของชาวคริสต์

ในศาสนาคริสต์นั้นถูกแบ่งออกเป็นหลายนิกายด้วยกัน และในแต่ละนิกายก็มีความเชื่อในเรื่องของวิญญาณและโลกหลังความตายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถแบ่งความเชื่อเกี่ยวกับโลกหลังความตายและพิธีกรรมต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้

  • นิกายโรมันคาทอลิก นิกายนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับความตายที่ว่า ความตายนั้นเป็นสภาวะที่ร่างกายและวิญญาณแยกออกจากกัน เมื่อมนุษย์ได้เสียชีวิตลง ร่างกายที่เป็นสสารก็จะสลายกลายเป็นธุลีดินดังเดิม ส่วนวิญญาณที่แยกออกจากร่าง จะถูกนำไปพิพากษาตามบุญและบาปที่ตนได้กระทำไว้ เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิต หากผู้เสียชีวิตได้ทำความดีเอาไว้มาก ๆ ก็จะได้ไปสวรรค์ แต่ถ้าทำชั่วไว้มากก็จะไปยังนรก เพื่อชำระโทษที่ได้ทำเอาไว้
  • นิกายโปรเตสแตนต์ ความเชื่อว่า มีการชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ชีวิตหลังความตายที่เป็นชีวิตอันเป็นนิรันดร์ นั่นหมายความว่าเมื่อมนุษย์เสียชีวิตลง ก็จะได้กลับมามีชีวิตอันเป็นนิรันดร์อีกครั้ง หรือการได้กลับไปอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์อย่างถาวร ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระเจ้าได้เตรียมเอาไว้ให้เฉพาะผู้ที่มีความเชื่อ ความรัก และความศรัทธาในพระองค์เท่านั้น

ขั้นตอนการประกอบพิธีศพของชาวคริสต์

สำหรับในขั้นตอนการประกอบพิธีศพของชาวคริสต์ จะเริ่มตั้งแต่ผู้เสียชีวิตมีอาการป่วยหนักใกล้สิ้นใจ ทางครอบครัวจะเชิญบาทหลวงไปที่บ้านหรือโรงพยาบาล เพื่อทำพิธีศีลเจิม ซึ่งเป็นการให้พรและให้กำลังใจจากพระเจ้า แก่ผู้ที่กำลังจะจากไป โดยจะมีการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนกับการให้อภัยแก่ความผิดหรือบาปที่ได้กระทำลงไป แต่ไม่ได้มีโอกาสได้สารภาพบาปนั่นเอง ส่วนขั้นตอนการประกอบพิธีศพของชาวคริสต์เรียกว่า พิธีนมัสการไว้อาลัย ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 4 ขั้นตอนคือ

  1. การสวดศพ

สำหรับการตั้งศพเพื่อรอนำไปประกอบพิธีทางศาสนาจะต้องมีรูปไม้กางเขน เทียน 1 คู่ และแจกันดอกไม้วางเอาไว้เหนือศีรษะของศพผู้เสียชีวิต และเตรียมภาชนะไว้สำหรับใส่น้ำเสกหรือน้ำมนต์ของทางศาสนาคริสต์ พร้อมกิ่งไม้จุ่มวางไว้บนโต๊ะใกล้กับที่ตั้งศพ เพื่อให้ผู้ที่มาเคารพศพใช้น้ำมนต์พรมศพ ซึ่งจะตั้งศพเอาไว้ที่โบสถ์ประมาณ 3-5 วัน ตามความสะดวก โดยจะมีการรำลึกถึงพระคุณของพระเจ้า การบรรเทาจิตใจครอบครัว และการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต

  1. นำร่างของผู้ชีวิตลงโลงศพ

หลังจากที่บาทหลวงทำพิธีสวดศพ ด้วยการอ่านภาวนาและประพรมน้ำมนต์เสร็จแล้ว จึงนำร่างของผู้เสียชีวิตบรรจุใส่ลงในโลงศพแบบคริสต์ ปิดฝาโลงศพและตกแต่งโลงศพด้วยมาลัยและดอกไม้ให้สวยงาม

  1. พิธีมิสซา

พิธีมิสซาเป็นการรับศีลมหาสนิทหลังจากที่เคลื่อนศพไปยังสุสานแล้ว โดยมีความเชื่อที่ว่าร่างกายของเราเป็นเพียงแค่วัตถุดิบชั่วคราวและเกิดขึ้นจากดิน เมื่อเสียชีวิตลงก็ต้องกลับสู่ดินเช่นกัน ส่วนจิตใจนั้นเป็นไปตามทางของจิต ซึ่งจิตนี้เป็นสิ่งที่ยังคงอยู่ตลอดไปนั่นเอง

  1. พิธีฝังศพที่สุสาน

ก่อนที่จะฝังศพของผู้เสียชีวิต บาทหลวงจะต้องทำพิธีส่งวิญญาณและอำลาผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นทำการเสกหลุมศพ พรมน้ำมนต์ ถวายกำยานหลุ่มศพของผู้ล่วงลับ โดยบาทหลวงจะเป็นผู้กล่าวให้ผู้ล่วงลับออกจากหลุมศพกลับไปหาพระเจ้าต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.wreathmala.com/